Posts from the ‘ดอกกุหลาบ’ Category

ตำนานดอกกุหลาบ

ตำนานดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบ               กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย

               ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย

ดอกกุหลาบ               ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย

               กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม

ดอกกุหลาบ               บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง

               กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ

ดอกกุหลาบตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย

               กุหลาบมาจากคำว่า “คุล” ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า “สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ” และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า “คุล” แปลว่า “ดอกไม้” และคำว่า “คุลาพ” หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น “กุหลาบ”  ส่วนคำว่า “Rose” ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า “Rhodon” ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก

ดอกกุหลาบ               กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า

        กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง
หอมรื่นชื่นชมสอง
นึกกระทงใส่พานทอง
หยิบรอจมูกเจ้า

เนืองนอง
สังวาส
ก่ำเก้า
บ่ายหน้าเบือนเสีย

               สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ “มัทนา” ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “สุเทษณะ” ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา “มัทนา” มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา

กุหลาบกุหลาบขาว กับ กุหลาบแดง สีไหนเกิดก่อน ?

               มีหลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง

               นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า

กุหลาบสีกุหลาบสื่อความหมาย

               ในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก ดอกกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ และของกำนัลของวันนี้ ดังนั้นเวลาที่คิดจะให้ดอกกุหลาบแก่ใครสักคน เราก็น่าจะรู้ความหมายของสีอันเป็นสื่อความหมายของดอกกุหลาบไว้บ้างก็น่าจะดี ซึ่งก็จะมีความดังนี้

  • สีแดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ
  • สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์
  • สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
  • ดอกกุหลาบสีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ
  • สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • กุหลาบตูม สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย

ดอกกุหลาบช่อกุหลาบสื่อความหมาย

               จำนวนดอกกุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้

จำนวนดอกกุหลาบ
1
2
3
7
9
10
11
12
13
15
20
21
36
40
99
100
101
108
999

ความหมาย
รักแรกพบ
แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน
ฉันรักเธอ
คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์
เราสองคนจะรักกันตลอดไป
คุณเป็นคนที่ดีเลิศ
คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน
ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว
เพื่อนแท้เสมอ
ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ
ฉันมีความจริงใจต่อเธอ
ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ
ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน
ความรักของฉันเป็นรักแท้
ฉันรักเธอจนวันตาย
ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ
ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
คุณจะแต่งงานกับฉันไหม
ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

กุหลาบนานาชนิด

   กุหลาบนานาชนิด
                สำหรับนักปลูกหน้าใหม่ การได้ศึกษาประเภทต่างๆของกุหลาบนับว่าเป็นประโยชน์ในการที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเลือกปลูกกุหลาบแบบไหน เพราะกุหลาบมีมากมายหลายประเภทและแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นขนาดของต้น ดอก  สี กลิ่น หรือแม้แต่ความทนทานต่อโรค  ลองทำความรู้จักกับกุหลาบแต่ละประเภท เพื่อคุณจะได้สนุกกับการปลูก
      Hybrid Tea หรือกุหลาบตัดดอก  เป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดากุหลาบที่ปลูกกัน เนื่องจากมีรูปทรงที่สวยงาม สีของดอกที่หลากหลายและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ   กุหลาบประเภทนี้จะออกดอกในลักษณะดอกเดี่ยว  ดอกมีขนาดใหญ่ กลีบดอกซ้อนกันสวยงาม  ก้านดอกแข็ง
ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 1-2 เมตร มีหลายสีหลายพันธุ์
   สีที่นิยมได้แก่สีแดง สีชมพู สีเหลือง สีส้มและสีขาว พันธุ์ที่นิยมได้แก่พันธุ์คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior)  พันธุ์อเล็กซเรด (Alex’s Red)  พันธุ์มิสออลอเมริกัน (MissallAmerican) กุหลาบประเภทนี้นอกจากจะถูกตัดดอกเพื่อนำไปจัดแจกันหรือจัดเป็นช่อดอกไม้ตามร้านดอกไม้แล้วยังปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านและสถานที่ต่างๆด้วย
         Floribunda หรือกุหลาบพวง   คำว่า Floribunda มาจากภาษาลาตินมีความหมายว่า “many flowers”
กุหลาบชนิดนี้เกิดจากาการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Hybrid Tea และ Polyantha จะออกดอกเป็นช่อ  ช่อหนึ่งๆ จะมีดอกหลายดอกและมักจะบานพร้อมกัน  ดอกมีขนาดเล็ก ก้านดอกสั้นและอ่อนนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในแปลงหรือในกระถางเพื่อความสวยงามมากกว่าจะตัดดอก
      Grandiflora เป็นกุหลาบลูกผสมระหว่าง Hybrid Tea กับ Floribunda ทำให้มีดอกขนาดใหญ่ ก้านดอกยาวแข็งแรง  ไม่มีกลิ่นหอม   ลำต้นสูงแข็งแรง ทนทาน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับหรือเป็นกุหลาบตัดดอกก็ได้
      Miniature หรือกุหลาบหนู เป็นกุหลาบที่มีดอกขนาดเล็ก ออดดอกเป็นพวง  ไม่หอม  ต้นสูงไม่เกิน 1 ฟุต เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม นิยมปลูกประดับแปลงหรือเป็นไม้กระถาง
      Climber หรือกุหลาบเลื้อย กุหลาบชนิดนี้มีต้นสูงตั้งแต่ 12 ฟุตขึ้นไป ลำต้นตั้งตรง ลำต้นหรือกิ่งจะทอดยาวอ่อนโค้งได้ไกล  เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้เลื้อยเกาะตามซุ้มต้นไม้ แนวกำแพง หรือแนวรั้ว ลักษณะดอกอาจออกดอกเป็นพวงหรือเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่
    Shrub หรือกุหลาบพุ่ม เป็นกุหลาบพันธุ์ป่า ต้นเป็นทรงพุ่ม ออกดอกเป็นช่อ เช่นRosa Rugosa
     Polyantha  เป็นไม้พุ่มต้นเตี้ย   ออกดอกเป็นพวง
ดอกขนาดเล็กคล้ายกุหลาบหนู ลำต้นมีความแข็งแรง ทนทาน เป็นกุหลาบลูกผสมระหว่าง Rosa Multiflora กับ 
Rosa Chinensis
    Rambler ลักษณะต้นยาว อ่อนโค้ง ออกดอกเป็นพวง ดอกมีขนาดเล็ก

รูปกุหลาบ

กุหลาบในอดีต

กุหลาบในอดีต
           จากอดีตกุหลาบมีการเดินทางผ่านกาลเวลาที่ยาวนานมาหลายยุคหลายสมัย จวบจนกระทั่งมีวิวัฒนาการมาจนถึงยุคปัจจุบันให้เราได้ชื่นชมกัน
ยุคโลกล้านปี
        ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากุหลาบถือกำเนิดมาตั้งแต่ 70 ล้านปีก่อน เมื่อมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบในรัฐโคโลราโด และรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกาและจากผลการพิสูจน์พบว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี โดยมีต้นกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วค่อยๆ แพร่ขยายพันธุ์ไปยังดินแดนในแถบซีกโลกเหนืออย่างอาร์กติก อะลาสก้า ไซบีเรีย หรือในแถบอากาศร้อนอย่างอินเดีย แอฟริกา
ยุค5,000ปี
          5,000ปีที่ผ่านมาจากชนชาติสุเมเรียน (Sumerians) ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์บริเวณแม่น้ำไตกริส (Tigris) และยูเฟรติส (Euphrates) หรือประเทศอิรักในปัจจุบัน เซเลียวนาร์ด วูลลีย์ (Sir Leonard Woolly) นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้พบหลักฐานที่เกี่ยวกับดอกกุหลาบ ในสมัยนั้นโดยได้ขุดค้นหลุมศพของกษัตริย์พบน้ำที่มีกลิ่นกุหลาบ  นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับของชาวสุเมเรียน ซึ่งมีรูปทรงเป็นดอกกุหลาบทำด้วยทองประดับอยู่
1,700ปีก่อนคริสต์ศักราช
          1,700 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ ที่เกาะครีต(Crete)ซึ่งเกาะนี้เป็นเส้นทางผ่านของการค้าขายระหว่างยุโรปกับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ (Nile delta) และเมืองลีแวนต์ (Levant) กษัตริย์ไมเนิน (Minoen) ที่ปกครองเกาะนี้ ได้สร้างวังไว้ที่เมืองคนอสซุส (Knossos) ทางชายฝั่งตอนเหนือของเกาะครีต หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบที่ปรากฏนี้ เป็นภาพเขียนบนผนังในวังที่เรียกว่า Blue Bird Fresco บนภาพเขียนนี้มีรูปกุหลาบปรากฏอยู่ แต่กุหลาบเห็นมีรูปร่างไม่เหมือนกุหลาบจริง เพราะเป็นดอกกุหลาบปิดด้วยทอง มีกลีบดอก 6 กลีบแทนที่จะมีเพียง กลีบเหมือนกุหลาบทั่วไป อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นวังแห่งนี้ในภายหลังจึงพบว่า วังแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวถล่มในช่วง1,450ปีก่อนคริสต์ศตวรรษมีบางส่วนของวังถูกไฟไหม้ไป และด้วยความบังเอิญผู้ที่ทำการขุดค้นวังนี้ได้พบชิ้นส่วนของภาพฝาผนังดั้งเดิม เป็นภาพกุหลาบมีกลีบดอก กลีบอยู่ด้วยจึงเป็นที่คาดการณ์ว่าผู้ที่มาซ่อมแซมวังนี้หลังจากถูกแผ่นดินไหวและไฟไหม้ ได้ทำการปิดทองและเติมกลีบ
กุหลาบเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกลีบ
485-425 ปีก่อนคริสต์ศักราช
            485-425 ปีก่อนคริสตกาล กุหลาบเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่นิยมชมชอบของชาวกรีกในระหว่างการเดินทางของฮีโรโดตัส เขาได้เข้าชมสวนของไมดาส (Midas) กษัตริย์แห่งฟรีเจียนส์ (Phrygians) ซึ่งถูกขับไล่ออกจากบัลลังก์และเนรเทศ ไปที่มาเซโดเนีย(Macedonia) ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของกรีซ เมื่อตอนถูกเนรเทศจากฟรีเจียนส์ ไมดาสได้นำเอาดอกกุหลาบดอกซ้อนที่มีกลีบดอกถึง 60 กลีบติดไปปลูกยังสวนของเขาด้วย กุหลาบที่เขานำไปปลูกนี้เป็นกุหลาบ Rosa gallica ชนิดดอกซ้อนและกุหลาบAutumn Damask Rose เรื่องราวของต้นกุหลาบและการปลูกนั้นได้ถูกบันทึกโดยธีโอฟรัสตัส (Thephrastus) นักปราชญ์ชาว
กรีก เมื่อ 
372-286 ปีก่อนคริสตกาล ในหนังสือชื่อ “Historia plantarum” ธีโอฟรัสตัสได้กล่าวไว้ว่า กุหลาบและลิลี่สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการตัดชำ ในหนังสือของเขาอีกเล่มหนึ่ง คือ “Decausis plantarum” ได้อธิบายถึงวิธีการติดตากุหลาบโดยการยารอยติดตาไว้ด้วยโคลนและดินเหนียว
คริสต์ศักราชที่ 1455-1459
                 ปีค.ศ.1455-1459  กุหลาบถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของ 2 ราชวงศ์คือราชวงศ์ยอร์คและราชวงศ์แลงคาสเตอร์ ซึ่งทำสงครามกลางเมืองเพื่อแย่งราชบัลลังก์อังกฤษ โดยราชวงศ์ยอร์คใช้กุหลาบขาวส่วนแลงคาสเตอร์ใช้กุหลาบแดงเป็น
สัญญลักษณ์และถูกเรียกว่า สงครามดอกกุหลาบ War of the roses หลังจากยุติสงครามแล้ว
พระเจ้าเฮนรีที่ 7 ทรงรวมสัญลักษณ์ดอกกุหลาบแดงและขาวเป็นดอกกุหลาบแดงขาวดอกเดียวที่เรียกว่า “กุหลาบทิวดอร์” (Tudor Rose)
ศตวรรษที่ 18
           โจเซฟิน (Josephine) ราชินีของกษัตริย์นโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ผู้ทุ่มเทเงินทองและกำลังคน เพื่อเก็บรวบรวมพันธุ์กุหลาบชนิดต่างๆ ตลอดจนลูกผสมกุหลาบพันธุ์ต่างๆตั้งแต่ปี ค.ศ. 1804 โดยใช้เวลารวบรวมพันธุ์กุหลาบถึง 10 ปีและปลูกไว้ที่มาเลซอง (Malmasion) ได้กุหลาบที่ต่างพันธุ์กันถึง 250พันธุ์ ชื่อเสียงของสวนกุหลาบของโจเซฟินนั้นเป็นที่รู้จักของนานาชาติ ในสมัยสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสในช่วงนั้น ชาวอังกฤษที่จับเชลยศึกได้ ได้ค้นพบต้นกุหลาบที่เชลยเหล่านี้จะนำไปปลูกที่มาเลซองด้วย หลังจากที่สงครามสงบลงในปี ค.ศ.1815ทางการอังกฤษจึงได้สั่งการให้รักษาสวนแห่งนี้ไว้อย่างดี พระนางโจเซฟินมิได้เพียงคลั่งไคล้ต้นกุหลาบที่ปลูกไว้ แต่ยังได้ให้จิตรกรวาดภาพสวนกุหลาบของพระองค์ วาดภาพกุหลาบพันธุ์ต่างๆ ที่ได้รวบรวมไว้ในสวนที่มาเลซองหนึ่งในจิตรกรที่วาดภาพกุหลาบนี้ได้แก่ ปิแอร์ โจเซฟ เรอดูเต้
 (Pierre Roseph Redoute) ภาพของเขาเป็นภาพสีของกุหลาบ ในสวนของโจเซฟิน ซึ่งต่อมาภาพชุดนี้ได้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือถึง 3 ชุด ชื่อว่า “กุหลาบ” (Les Rose) ภาพวาดที่ถูกตีพิมพ์นี้ได้มีการเติมชื่อทางพฤกษศาสตร์ไว้ด้วยโดย โธรี่ (Thory)
กุหลาบในประเทศไทย
            ในประเทศไทยว่ากันว่าคำว่ากุหลาบมาจากคำว่า “คุล” ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า “สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ” การเดินทางของกุหลาบในประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างไรไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา นอกจากนั้นยังมีบทพระราชนิพนธ์กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ในสมัยอยุธยาที่กล่าวถึงกุหลาบและในสมัย
รัตนโกสินทร์มีการกล่าวถึงกุหลาบในบทพระราชนิพนธ์เรื่องขุนช้างขุนแผนของรัชกาลที่ 2  ในสมัยรัชกาลที่ 5 กุหลาบเป็นที่นิยมปลูกกันมากทั้งในวังและนอกวัง  ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีบทพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับดอกกุหลาบเรื่องมัธนะพาทา ในสมัยรัชกาลที่ 9 มีการขอพระราชทานนามสมเด็จพระบรมราชินีนาถสิริกิตติ์ เป็นชื่อกุหลาบว่า “กุหลาบควีนสิริกิตติ์”

นานาประโยชน์ของผลกุหลาบ

นานาประโยชน์ของผลกุหลาบ
             เมื่อพูดถึงกุหลาบทุกคนมักจะนึกถึงแค่ดอกหรือไม่ก็ต้นกุหลาบเท่านั้น มีสักกี่คนที่จะรู้ว่ากุหลาบก็มีผลเหมือนกัน แล้วผลกุหลาบมันคือส่วนไหนของกุหลาบกันล่ะ   ผลกุหลาบ  (Rose Hip) คือส่วนที่เป็นรังไข่โดยเมื่อเริ่มติดผลส่วนที่เป็นรังไข่จะขยายพองโตขึ้นโดยมีฐานรองดอกหุ้มไว้   ผลมีรูปร่างต่างๆ กันตามชนิด เช่น กลม กลมแป้น ยาวรี  มีเนื้อนุ่ม และมีหลายสี เช่น สีส้ม สีแดง สีเหลือง หรือสีน้ำตาล บางทีก็เป็นสีม่วง ภายในผลจะมีเมล็ดเล็กๆ

              นอกจากกลีบกุหลาบที่กินได้แล้วผลกุหลาบก็กินได้เช่นเดียวกันเพราะผลกุหลาบเป็นแหล่งรวมธาตุอาหารต่างๆมากมายที่ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้นโดยเฉพาะวิตามินซี  ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้นำผลกุหลาบไปทำอาหารบ้าง  ทำยารักษาโรคบ้างและแม้แต่สกัดน้ำมันไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง 
ผลกุหลาบกับอาหาร
เป็นที่ทราบกันว่าคนพื้นเมืองอเมริกันนำกุหลาบและผลกุหลาบมาทำอาหารมาเนิ่นนานหลายศตวรรษแล้ว  ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2คนอังกฤษมีการระดมปลูกกุหลาบเพื่อนำผลกุหลาบมาทำอาหารกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากผลกุหลาบมีวิตามินซีมากและในช่วงนั้นผลไม้รสเปรี้ยวเช่นส้มขาดแคลนไม่สามารถนำเข้าประเทศได้ทำให้ต้องใช้ผลกุหลาบในการให้วิตามินซีแทน       นอกจากนี้ผลกุหลาบยังนำไปทำอาหารได้หลายชนิด
เช่นทำแยม  ทำเยลลี    ทำซุป ทำไวน์และชงเป็นชา

แหล่งรวมวิตามิน
           ผลกุหลาบยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินต่างๆเช่นวิตามินเอ   วิตามินซี   วิตามินบี 3  วิตามิน บีคอมเพลกซ์  วิตามินดีและวิตามินอี    รวมทั้งมีน้ำตาล
ฟรัคโตส  กรดซิตริค  กรดมาลิค  สังกะสี  เหล็ก  โปแตสเซียมและ แมกนีเซียมด้วยโดยเฉพาะวิตามินซีมีมากกว่าผลไม้รสเปรี้ยวจำพวกส้มถึง 20 เท่า
ผลกุหลาบกับสรรพคุณทางยา
               ปีค.ศ 2007 ทีมนักวิจัยชาวเยอรมันและเดนมาร์กได้ทำการศึกษาประโยชน์ของผลกุหลาบต่อการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ในการศึกษาจากจำนวนอาสาสมัครประมาณ 74 คน (ส่วนใหญ่เป็นหญิง)ได้ทำการทดลองเป็นระยะเวลา 6 เดือนโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งรับประทาน placebo หรือยาที่ไม่มีฤทธิ์ทางยาใช้หลอกคนไข้ fake treatment อีกกลุ่มทานผลกุหลาบผลปรากฎว่ากลุ่มที่ทานผลกุหลาบเป็นประจำจำนวน 25 % จะมีอาการปวดลดลงถึง 40 %   ส่วนกลุ่มที่ทาน placebo ไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลง
               กล่าวกันว่าชาที่ทำจากผลกุหลาบมีประสิทธิภาพดีในการรักษาโรคท้องร่วง และการติดเชื้อโดยเฉพาะการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ   ช่วยให้ไตแข็งแรง   วิตามินซีจากผลกุหลาบช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด   บรรเทาอาการปวดศีรษะ    ซึ่งชาวนิวซีแลนด์มีชื่อเสียงมากในการทำน้ำเชื่อมจากผลกุหลาบ ให้เด็กๆรับประทานในหน้าหนาวเพื่อป้องกันไข้หวัด นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบการหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น
ผลกุหลาบกับสรรพคุณทางเครื่องสำอาง
น้ำมันสกัดจากผลและเมล็ดกุหลาบนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมากมายโดยเฉพาะเครื่องสำอางบำรุงผิว
               ดังนั้นในครั้งต่อไปถ้าคุณนึกถึงชาหอมๆที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย คิดถึงอาหารช่วยบำรุงหัวใจ หรือคิดถึงยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดจากโรคข้ออักเสบ คุณไม่ต้องไปมองไกล ผลกุหลาบในสวนของคุณนั่นแหล่ะ แต่ต้องจำไว้ว่าแม้ผลกุหลาบจะไม่มีพิษ  แต่ถ้าคุณได้มาจากที่อื่นที่ไม่ใช่ในสวนของคุณเองต้องแน่ใจว่าไม่มีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงตกค้างอยู่   มิฉะนั้นแทนที่คุณจะได้รับประโยชน์เต็มที่คุณอาจได้รับผลในทางลบต่อสุขภาพของคุณ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของดอกกุหลาบ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของดอกกุหลาบ

กุหลาบ 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Rosa spp.
วงศ์ : Rosaceae
ชื่อสามัญ : Rose
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :กุหลาบอยู่ในสกุล Rosa  มีอยู่ประมาณ 125 ชนิด มีถิ่นกำเนิดในเอเซียประมาณ 95 ชนิด ในอเมริกา 18 ชนิด ส่วนที่เหลือมีถิ่นกำเนิดในยุโรปหรือตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา  ส่วนใหญ่ มีกระจายพันธุ์อยู่มากทางซีกโลกเหนือ ตั้งอลาสก้า ไซบีเรีย เม็กซิโก อินเดียตอนใต้ และเอธิโอเปีย กุหลาบเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก  แต่บางชนิดมีขนาดใหญ่หรือเป็นไม้เลื้อย เป็นไม้ผลัดใบ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5-9 ใบ ออกลับกัน ดอก เป็นดอกเดี่ยว หรือดอกช่อ กลีบดอกแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ กลีบดอกชั้นเดียว จะมี 5 กลีบ ยกเว้นบางชนิดที่มีเพียง 4 กลีบ คือ Rosa sericea  และ  Rosa omeiensis  ส่วนกลีบดอกกึ่งซ้อนมี 6-20 กลีบ กลีบดอกซ้อนมีตั้งแต่ 20 กลีบไปจนถึง 50-60 กลีบ กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ สีเขียวหรือสีเขียวอมแดงเรื่อ  เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก อับเรณูสีเหลืองล้อมรอบเกสรเพศเมียซึ่งรวมเป็นกระจุกอยู่กลางดอก  และจะอยู่ในระดับต่ำกว่าเกสรเพศผู้ ผลกุหลาบ (hip) เป็นผลกลุ่ม ผลแก่แห้ง เมล็ดล่อน (achene)  เมื่อเริ่มติดผลส่วนที่เป็นรังไข่จะขยายพองโตขึ้นโดยมีฐานรองดอกหุ้มไว้ ภายในประกอบด้วยผลย่อยจำนวนสองถึงหลายสิบผล ผลมีรูปร่างต่างๆ กัน ตามชนิด เช่น กลม กลมแป้น ยาวรี มีเนื้อนุ่ม และมีหลายสี เช่น สีส้ม สีแดง สีเหลือง หรือสีน้ำตาล เมล็ด ค่อนข้างกลม รูปไข่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร เมล็ดอ่อนสีขาวอมเขียว ที่ปลายมีสีแดง เมล็ดแก่สีน้ำตาล จำนวน 2-18 เมล็ด
ประเภทของกุหลาบ
การแบ่งกลุ่มกุหลาบสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ  กุหลาบยุคเก่า (Old Rose) และ กุหลาบยุคใหม่ (Modern Rose) นอกจากนั้นยังแบ่งเป็นประเภทย่อยๆ อีกหลายลักษณะ สำหรับประเภทที่พบปลูกในประเทศไทยได้แก่

  • Hybrid Tea  ทรงต้นมีขนาดใหญ่ ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปทรงสวยงาม กลีบดอกซ้อน ก้านดอกใหญ่และแข็งแรง มีหลายพันธุ์  นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก

  • Floribunda  เป็นลูกผสมระหว่าง  Hybrid TeaกับกุหลาบประเภทPolyantha ซึ่งมีดอกขนาดเล็กและต้นเตี้ย จึงมีทรงต้นและขนาดดอกเล็กกว่าHybrid Tea และมีไม่มากพันธุ์นัก

  • Grandiflora  พัฒนามากจาก Floribunda แต่มีช่อดอกใหญ่กว่า  ก้านช่อดอกยาวปานกลาง ส่วนรูปทรงดอกคล้าย Hybrid Tea

  • Miniature  เป็นลูกผสมระหว่าง Floribunda กับ กุหลาบประเภทPolyantha และกุหลาบป่าบางชนิด ทรงพุ่มและดอกมีขนาดเล็ก ดอกดก

  • Climber มีลำต้นเลื้อย บางพันธุ์เกิดจากการกลายพันธุ์ของทั้งสี่ประเภทข้างต้น

  • Hybrid Musk  หรือลูกผสมมัสค์ เป็นกุหลาบยุคเก่า ต้นเป็นทรงพุ่ม ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ดอกซ้อนขนาดเล็ก

  • Polyantha  เป็นลูกผสมระหว่างกุหลาบชนิดดอกช่อและต้นเตี้ย แข็งแรง มีดอกตลอดปี ออกดอกเป็นช่อ ดอกซ้อนขนาดเล็ก

 

ที่มาของข้อมูล :สารานุกรมไม้ประดับในประเทศไทย เล่ม 1

 

ลักษณะของดอกกุหลาบ

 ลักษณะของดอกกุหลาบ            

         กุหลาบเป็นพรรณไม้ยืนต้น เป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นมีความยาวประมาณ 30-200เซนติเมตร ลำต้นเตี้ยและสูง มีหนามหรือไม่มีแล้วแต่ชนิดพันธุ์ลำต้นสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแตกกิ่งก้านมารอบต้นใบเป็นใบรวมแตกออกจากกิ่งก้านก้านใบจะมีหูใบติด
 อยู่ด้วยลักษณะใบโคนใบมนปลายใบแหลมขอบใบมีหยักเล็กน้อยตัวใบนิ่มมีสีเขียวใบจะออกจากก้านใบเป็นคู่ขนาดความกว้างของ
ใบประมาณ 2- 4 เซนติเมตรยาวประมาณ3 – 5เซนติเมตรดอกเป็นดอกเดี่ยวมีก้านดอกยาวแตกออกจากปลายกิ่งหรือง่ามใบที่กิ่ง
ลักษณะดอกเป็นกลีบเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆประมาณ4-6 ชั้นดอกมีกลีบ 5-15 กลีบขอบดอกเรียบตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย
อยู่รวมกันดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกบานมี ความกว้างประมาณ 2-6 เซนติเมตรลักษณะของลำต้นใบดอกแตกต่างกันไปตามชนิด
พันธุ์ 

การขยายพันธ์ุ

การขยายพันธ์

การขยายพันธุ์กุหลาบที่นิยมใช้มี 3 วิธี คือ

1. การตัดชำวิธีการตัดชำที่นิยมทำอยู่ทั่วไปคือ เลือกกิ่งกุหลาบที่ไม่แก่และไม่อ่อน จนเกินไปนำมาตัดเป็นท่อนประมาณ 12-15 เซนติเมตร หรือ 1 คืบ รอยตัดต้อง อยู่ใต้ข้อพอดีแล้วตัดใบตรงโคนกิ่งออก จากนั้นเฉือนโคนทิ้ง แล้วจุ่มโคนกิ่งตัดชำนี้ ในฮอร์โมนเร่งราก เซ่น เซอราดิกส์ เบอร์ 2 (เพื่อช่วยเร่งให้ออกรากเร็วขึ้น) แล้วผึ่ง ให้แห้งนำไปปักชำในแปลงพ่นหมอกกลางแจ้ง ถ้าไม่มีแปลงพ่นหมอกก็ใช้เครื่องพ่นน้ำรดสนามหญ้าก็ได้แล้วให้น้ำเป็นระยะ ๆ ตามความจำเป็น โดยมีหลักว่าอย่า ให้ใบกุหลาบแห้ง กิ่งกุหลาบจะออกรากใน 12-15 วัน แล้วแต่พันธุ์ การชำกิ่งนี้ นิยมทำกันมากในปัจจุบันเพราะได้จำนวนต้นมากในระยะเวลาสั้นเสียค่าใช้จ่าย น้อยแต่กิ่งชำนี้เมื่อนำไปปลูกต้นจะโทรมเร็วภายใน 3- 4 ปี ซึ่งกุหลาบพันธุ์สีเหลือง และสีขาวมักจะออกรากยาก

ตัดกิ่งกุหลาบเป็นท่อนประมาณ 12-15 ซม. เฉือนโคนกิ่งทิ้ง
จุ่มโคนกิ่งตัดชำในฮอร์โมนเร่งราก

2. การตอน
กิ่งที่ใช้ตอนมักมาจากกิ่งที่มีสภาพแตกต่างกันทั้งกิ่งอ่อนและกิ่งแก่ คละกันไปทำให้การเจริญเติบโตของต้นกุหลาบหลังลงแปลงปลูกในแปลงไม่สม่ำเสมอ ซึ่งการตอนนี้จะใช้เวลาในการเกิดรากนานประมาณ 4-7 สัปดาห์ ทั้งนี้ แล้วแต่ พันธุ์ที่จะใช้ตอน

3. การติดตา
วิธีการทำต้นกุหลาบติดตานี้ค่อนข้างยุ่งยากและต้องใช้เวลาในการทำ นานกว่า 2 วิธีแรกคือ ตั้งแต่เริ่มตัดชำต้นตอป่าจนถึงพันธุ์ดีทีนำไปติดนั้นออก ดอกแรกจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน โดยในขั้นแรกจะต้องตัดชำต้นตอป่า (ของกุหลาบป่า) ให้ออกรากและเลี้ยงต้นตอป่านั้นให้แตกยอดใหม่ยาวเกิน 1 ฟุต ขึ้นไป ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน (หลังตัดชำและออกราก) จากนั้นจึงนำ ตาพันธุ์ดีที่ต้องการไปติดตาที่บริเวณโคนของต้นตอป่า การติดตานี้จะต้องอาศัย ฝีมือและความชำนาญพอสมควรโดยจะใช้วิการติดตาแบบใดก็ได้ เช่น แบบตัวที เป็นต้น

วิธีติดตา วิธีติดตากุหลาบที่ได้ผลดีคือการติดตาแบบที่เรียกว่ารูปตัวที หรือ แบบโล่ มีวิธีทำดังนี้คือ
1. เลือกบริเวณที่จะติดตา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะพยายามติดตาให้ต่ำที่สุด เท่าที่จะทำได้คือ ประมาณไม่เกิน 3 นิ้ว นับจากผิวดิน แล้วใช้กรรไกรหรือมีด ตัดหนามตรงบริเวณที่จะติดตาออกโดยรอบกิ่ง
2. ใช้ปลายมีดกรีดที่เปลือกเป็นรูปตัวที แล้วเผยอเปลือกตรงรอยกรีด ด้านบนให้เปิดออกเล็กน้อย
3. เฉือนตาเป็นรูปโล่ ให้ได้แผ่นตำยาวประมาณ 1 นิ้ว และให้แผ่นตานั้น มีเนื้อไม้ติดมาด้วยเพียงบางๆ ไม่ต้องแกะเนื้อไม้ติดมามาก ให้ลอกเนื้อไม้ออกอย่าง ระมัดระวังอย่าให้แผ่นตาโค้งงอหรือบอบช้ำ
4. นำแผ่นตาไปเสียบลงที่รอยกรีดของต้นตออย่างระมัดระวังอย่าให้แผ่นตาช้ำ โดยใช้มือซ้ายจับแผ่นตา (ตรงก้านใบ) ค่อย ๆ กดลงไปขณะเดียวกันมือขวา ก็ค่อยเปิดเปลือกช่วย แล้วพันด้วยพลาสติก
เพื่อให้ตาเจริญเติบโตเร็วขึ้น ควรปล่อยให้กิ่งใหม่เจริญเติบโตจนกระทั่ง กิ่งใหม่ยาวพอสมควรแล้วจึงตัดต้นตอที่อยู่เหนือกิ่งใหม่ออกทั้งหมด สำหรับ พลาสติก ที่ติดตาอยู่นั้นอาจจะปล่อยให้ผุหรือหลุดไปเองก็ได้ถ้าเห็นว่าแผ่นพลาสติกนั้นรัด ต้นเดิมแน่นเกินไปหรือไปขัดขวางการเจริญเติบโตของกิ่งใหม่ก็ให้แกะออก
ส่าหรับกิ่งที่แตกออกมาใหม่นี้ ควรมีไม้ผูกพยุงกิ่งไว้เสมอเพราะอาจจะ เกิดการฉีกขาดตรงรอยต่อได้ง่ายเนื่องจากรอยประสานยังไม่แข็งแรงนัก
ในกรณีที่การติดตานั้นไม่ได้ผล คือ แผ่นตาที่นำไปติดตานั้นเปลี่ยนเป็น สีน้ำตาลหรือสีดำให้รีบแกะแผ่นพลาสติกและแผ่นตานั้นออกแล้วติดตาใหม่ในด้าน ตรงข้ามกับของเดิม หากไม่ได้ผลอีกต้องเลี้ยงดูต้นตอนั้นจนกว่ารอยแผลจะเชื่อม ก้นดีแล้วจึงนำมาติดตาใหม่ได้
สำหรับการติดตาในกุหลาบแบบทรงต้นสูง (Standard) นั้นก็ทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ตำแหน่งที่ติดตาอยู่ในระดับสูงกว่าเท่านั้นเอง การติดตาจะติดที่ต้นตอหรือกิ่ง ขนาดใหญ่ที่แตกออกมาก็ได้

การเตรียมดินและการปลูก

การเตรียมดินและการปลูก

ถึงแม้กุหลาบจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินที่ต่างกันก็ย่อมทำให้ การเจริญเติบโตดีเลวต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนปลูกควรเตรียมดินดังนี้

ในภาคกลางซึ่งมีสภาพดินค่อนข้างเหนียว และค่อนข้างเป็นกรดจัด ระดับ น้ำใต้ดินสูง เกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบจะนิยมปลูกแบบร่องสวน ซึ่งมีคูน้ำคั่นกลาง โดยเริ่มเตรียมดินในฤดูแล้ง คือจะต้องฟันดินและตากดินให้แห้ง เพื่อกำจัดวัชพืช ก่อน ในขณะที่ตากดินนี้อาจโรยปูนขาวลงไปด้วยก็ได้ เมื่อดินแห้งดีแล้วจึงกลับ หน้าดิน และชักดินในแต่ละแปลงให้มีขอบสูง ตรงกลางเป็นแอ่งเล็กน้อย ขนาด ของแปลงกว้างและยาวตามพื้นที่เดิมที่เคยปลูกผักมาแล้ว การวางระยะห่างของ ต้นที่จะปลูกอาจใช้ระยะ 50 x 50 เซนติเมตร จำนวนแถวในแต่ละแปลงไม่ควร เกิน 3 แถว เพื่อความสะดวกในการตัดดอกและตัดแต่งกิ่งตรงแถวกลาง

สำหรับในภาคอื่นที่มีสภาพดินค่อนข้างร่วนหรือดินร่วนปนทราย อาจ ปลูกแบบเจาะหลุมปลูกหรือแยกแปลงปลูกก็ได้โดยวัดขนาดแปลงปลูกกว้าง 1 .20 เมตร เว้นทางเดิน 1 เมตร ความยาวของแปลงปลูกตามขนาดของพื้นที่ และใช้ ระยะปลูก 60 x60 เซนติเมตร ซึ่งจะได้จำนวนต้นประมาณ 2,000 ต้นต่อไร่ (หรือ ทำแปลงปลูกกว้าง 1เมตร เว้นทางเดิน 1 เมตร และใช้ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร สำหรับพันธุ์กุหลาบที่ขนาดของทรงพุ่มไม่แผ่กว้างมากนัก) ก่อนปลูกควรหว่าน ปูนขาวและไถพรวนตากดินไว้ให้แห้ง

กุหลาบสามารถปลูกได้ทั้งในดินที่เป็นกรดหรือด่าง แต่เจริญได้ดีในดิน ที่ค่อนข้างเป็นกรดเล็กน้อย คือมี pH ประมาณ 4.5-6.5 ถ้าดินเป็นกรดมากให้เติม ปูนขาว 60-100 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา แต่ถ้าดินเป็นด่างก็ใส่กำมะถันผง 20-50 กิโลกรัมต่อ 100 ตารางวา เมื่อเตรียมแปลงปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ขุดหลุม ปลูกกว้างและลึก 30 x 30 เซนติเมตร (ถ้าเตรียมหลุมปลูกกว้างและลึกกว่านี้ จะ เป็นการดียิ่งขึ้น) จากนั้นก็จะใส่ปุ๋ยคอก เช่น ขี้เป็ด ขี้ไก่ ขี้วัว ฯลฯ ประมาณหลุมละ 1 บุ้งกี๋ ใส่ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต หรือกระดูกป่นเป็นปุ๋ยรองก้นหลุม ๆ ละ 1 กำมือ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วจึงนำกิ่งพันธุ์กุหลาบซึ่งอาจจะเป็นกิ่งตอนหรือต้นติดตา ลงไปปลูก กลบดินที่โคนต้นให้กระชับและรดน้ำให้ชุ่ม

กิ่งพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกเพื่อตัดดอกเป็นการค้าในปัจจุบัน ได้แก่ กิ่งตัดชำ และกิ่งตอนจะมีเกษตรกรบางรายที่ปลูกโดยใช้ต้นติดตา แต่มีน้อยราย

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.